STRATEGY
ศึกษาในเรื่องของ
การวางแผนการตลาด และ กลยุทธ์การตัดสินใจ
WIND AND Robertson 1983 นำเสนอ กรอบการทำงานที่เป็นประโยชน์ที่จะจับแนวคิดการตลาด และ รูปแบบภายในกรอบการทำงานการตลาด
มี3 หัวข้อหลัก
Section 1 การประเมิณผลแบบดั้งเดิมของโอกาสทางการตลาด และจุดแข็งทางธุรกิจ
วิเคราะห์โอกาส และอุปสรรค
วิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของธุรกิจ
Section 2 หลักกลยุทธ์การตลาด
C การแบ่งส่วนโดยการวิเคราะห์ตำแหน่ง เชื่อมโยงส่วนแบ่งทางการตลาด กับประโยชน์ที่พวกเขาได้รับ
Dวิเคราะห์โอกาศ เชื่อมโยงระหว่าง ส่วนแบ่งการตลาด/การางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ เข้ากับ โอกาศทางการตลาด และ จุดอ่อน และจุดแข็งทางธุรกิจ
E วิเคาระห์การทำงาน การทำงานกันในเชิงบวก เชิงลบ ในการโฆษณา กระจายสินค้า ผลิต และอื่นๆในหมู่ผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบของประสมทางการจลาด
F ความต้องการการทำงาน ข้อกำหนดของแต่ละส่วนการวางตำแหน่ง ในแง่ของ ความสำเร็จ และความสามารถของบริษัทที่จะตอบสนองความต้องการเหล่านั้นได้
G วิเคราะห์ผลงาน การวิเคราะห์หลักของกระบวนการ ( ให้มุมมองแบบบูรณาการของกระบวนการเชิงกลยุทธ์ ทั้งสำหรับธุรกิจที่มีอยู่และธุรกิจใหม่
Section3 การประเมิณผล ของวัตถุประสงค์ รวมทั้งกลยุทธ์
h วัตถุประสงค์และกลยุทธ์
การประเมิณผลของวัตถุประสงค์และกลยุทธ์
j การดำเนินการ การตรวจสอบ และการควบคุมของโปรแกรม
สิ่งต้องศึกษาในการตัดสินใจการวางแผน และตัดสินใจคือ
นิยามและโครงสร้างการตลาด
วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์
ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแปลง และผลกระทบที่เกิดขึ้น
การวิเคราะห์ส่วนประสมทางการตลาดและรูปแบบทางการตลาด
วิเคราะห์การแข่งขัน คู่แข่ง ความรุนแรง
เครื่องมือที่นำมาใช้เพื่อพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการปฏิบัติเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจกลยุทธ์ทางการตลาด มี3 แบบ
1 การวิจัย ผลกระทบของกาํ ไรตอ สว นครองตลาด (Profit Impact Market Share: PIMS)
ซึ่งจะแสดงผลในด้านการตลาดที่ทำให้กำไรสูงขึ้น คือ
การเติบโตของตลาด
วงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์
อัตราเงินเฟ้อ
ซัพพรายเออร์
การซื้อในขนาดเล็ก
สภาพแรงงานที่ต่ำ
ส่งออกสูง นำเข้าต่ำ
ปัจจัยทางกลลุทธ์ ที่เกี่ยวเนื่องกับการทำกำไรให้สูงขึ้น
ส่วนแบ่งทางการตลาดสูง
การใช้จ่ายที่ต่ำ
การลงทุนที่ต่ำ
การรวมตัวกันแนวตั้งของธุรกิจ
2 ด้านสินค้าและรูปแบบการจัดหมวดหมู่
ใช้โมเดลมาตรฐาน BCG
BCG Matrix คือ โมเดล ที่ใช้วิเคราะห์ด้านการเงินการลงทุนเกี่ยวกับการตลาด โดยการเริ่มต้นของ GE (General Electric) และ Boston Consulting Group (BCG) BCG matrix จะแสดงฐานะหรือความแข็งแกร่งของบริษัทเมื่อเทียบกับตลาดสินค้านั้นๆ โดยใช้เกณฑ์ในการพิจารณา 2 เกณฑ์ คือ
- ส่วนแบ่งตลาดเชิงเปรียบเทียบ (Relative Market Share) เป็นการเปรียบเทียบกับคู่ แข่งว่าส่วนแบ่งตลาดของผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นกี่เท่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่สำคัญ
- ความน่าสนใจของตลาด (Market Attractiveness) หรือ อัตราการเติบโตของตลาดสินค้า (Market Growth Rate) คือ อัตราการขยายตัวของตลาดสินค้าทั้งตลาดไม่ใช่ของบริษัท เพราะเกณฑ์ที่ใช้นี้เพื่อต้องการดูว่าตลาดสินค้านั้นๆ มีความน่าสนใจมากน้อยเพียงใด
ใช้รูปแบบที่กำหนดเอง คือ การวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ การวิเคราะห์ร่วมกัน กระบวนการวิเคราะห์ลำดับขั้น
ใช้โมเดลทางการเงิน
3 โมเดลการจัดสรรทรัพยากร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น